โดยหลักกฎหมายที่ว่า สัญญาต้องเป็นสัญญา (pacta sunt
servanda)กล่าวคือ
สัญญาจะเกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สัญญาและสัญญาจะมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญา (Privity of Contract)เท่านั้น กล่าวคือ
จะก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวแห่งสิทธิระหว่างคู่สัญญาเท่านั้น คู่สัญญาจะก่อความเคลื่อนไหวแห่งสิทธิหรือก่อให้เกิดหนี้แก่บุคคลภายนอก
ซึ่งไม่ใช่คู่สัญญาไม่ได้
เว้นแต่ จะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก ตามมาตรา ๓๗๔ – ๓๗๖
เว้นแต่ จะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก ตามมาตรา ๓๗๔ – ๓๗๖
ผลแห่งสัญญา เมื่อสัญญามีผลสมบูรณ์
ย่อมหมายความว่า มีสิทธิหน้าที่ระหว่างคู่สัญญาเกิดขึ้น นับแต่นั้นต่อไปคู่สัญญาก็ต้องปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อกัน
จะมีการบิดพลิ้วไม่ได้ หากมีการบิดพริ้ว
คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งย่อมที่จะบังคับให้มีการปฏิบัติตามสิทธิหน้าที่
อันเกิดจากสัญญานั้นได้
สัญญาที่มีผลสมบูรณ์
คู่สัญญาจะระงับความผูกพันในสัญญาได้แต่ด้วย การเลิกสัญญาเท่านั้น ซึ่งการจะเลิกสัญญาต่อกันได้ต้องมีเหตุตามกฎหมาย
หรือเหตุตามข้อสัญญา หรือโดยการตกลงเลิกสัญญา
•
ส่วนสัญญาที่มีผลเป็นโมฆียะ
นอกจากจะกระทำด้วยการบอกเลิกหรือตกลงเลิกสัญญาแล้ว(เช่นเดียวกับสัญญาที่สมบูรณ์)
ยังมีสิทธิระงับความผูกพันในสัญญาได้โดยการบอกล้างโมฆียกรรม เพื่อให้สัญญานั้นตกเป็นโมฆะ
ได้อีกด้วย
1.ค่าเสียหายตามปกติที่กฎหมายกำหนด
ค่าเสียหายตามปกติในหนี้เงิน
กฎหมายให้เรียกได้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
มาตรา
224 ว. 1 หนี้เงินนั้น
ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย
ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น...
2. ค่าเสียหายในพฤติการณ์พิเศษ (ค่าเสียหายพิเศษ)
ได้แก่
ความเสียหายที่มิได้เกิดขึ้นเป็นปกติจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้
เจ้าหนี้จะเรียกค่าเสียหายกรณีนี้ได้ต่อเมื่อลูกหนี้ได้เห็น
หรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้า
ว่าเจ้าหนี้จะได้รับความเสียหายมากกว่าปกติ ถ้าตนไม่ชำระหนี้ เช่น
นายแดงซื้อที่ดินจากนายดำ ปรากฏว่า
นายดำผิดสัญญาไม่ส่งมอบที่ดินให้แก่นายแดงตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้
ทำให้นายแดงขายที่ดินต่อไปให้กับนายเขียวไม่ทัน นายแดงต้องขาดกำไรที่พึงได้รับ
เช่นนี้
-ค่าเสียหายตามปกติได้แก่
อะไร
-นายแดงจะเรียกค่าเสียหายจากการขาดกำไร
กับนายดำได้หรือไม่
-ค่าเสียหายตามปกติได้แก่ ค่าขาดประโยชน์การใช้ที่ดิน
-นายแดงจะเรียกค่าเสียหายจากการขาดกำไร
ได้ต่อเมื่อนายดำ รู้ว่านายแดงนำที่ดินไปขายต่อ
หรือรู้ว่านายแดงมีอาชีพเป็นนายหน้า หรือพ่อค้าที่ดิน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น