แม่บทอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ปี 2545-2549 (รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร)
สศอ.
ให้
ม.มหิดลจัดทำแผนแม่บทอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเป็นแนวทาง/แผนปฏิบัติการในการพัฒนา
กำหนดวิสัยทัศน์
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ
สามารถทำ รายได้ให้ประเทศได้
อย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางไทยจะขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นผู้นำ ในการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางของโลกในระยะ
10 ปีข้างหน้า
เป้าหมายของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง
1.
ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กมีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
2.
มีการใช้ยางธรรมชาติในประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี และมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ
10 ต่อปี เช่นกัน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์
1.
การพัฒนาระบบองค์กรที่ดูแลรับผิดชอบการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง
-
จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง
- จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยียาง
- จัดตั้งศูนย์ข้อมูลยาง
-
จัดตั้งสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางไทย
2.
การสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก
-
พัฒนาบุคลากรทางเทคนิคทางอุตสาหกรรม
- พัฒนาระบบมาตรฐาน
- สนับสนุนเทคโนโลยี
- พัฒนาความสามารถบริหารจัดการ
-
พัฒนาความสามารถด้านการวิจัยพัฒนา
3.
การพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากนํ้ายางให้เป็นอุตสาหรรมหลักที่ทำรายได้ให้ประเทศ
-
ตั้งหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำยางโดยตรง
- เพิ่มจำนวนและประเภทของโรงงาน
- วิจัยพัฒนาเทคโนโลยี
การจัดทำแผนพัฒนายางพาราไทย (พันธกิจ
ข้อที่ 3)
กระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูประบบการพัฒนายางพาราไทย (มี รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2545 เพื่อแก้ไขปัญหายางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิรูประบบการพัฒนายางพาราไทย ประกอบด้วย 9 พันธ์กิจ
Nakhonsi rubber network
คณะกรรมการฯ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ กำหนดรูปแบบงานโครงการและงบประมาณ รวมทั้งแหล่งรายได้ เพื่อจัดทำแผนเสนอ ระยะเวลา 5 ปี (2546-2550)
พันธกิจประกอบด้วย
1. ปฏิรูประบบและสถาบันการจัดการยางใหม่
2. ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และใช้ประโยชน์จากสวนยางเต็มที่
3. ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ยางที่ได้มาตรฐาน
4. ปฏิรูประบบการวิจัยและพัฒนายาง
5. ปฏิรูประบบตลาดยางทุกด้าน
6. สร้างฐานข้อมูลยางพาราให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเชื่อถือได้
7. สร้างเมืองยาง (rubber
city) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ยางพารา
8. ส่งเสริมให้เกษตรกรและวิสาหกิจมีส่วนร่วมทุกด้าน
9. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในทุกด้าน
การสร้างความเป็นเลิศของอุตสาหกรรมยางพาราไทย
ครม.
มติเห็นชอบ ตาม คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2547 ตามที่ สศช. เสนอ เรื่องการสร้างความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางไทย และมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติ กพข.
ครม.มีมติ ให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการดังนี้
- ยางล้อรถยนต์
- จัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบยางล้อ ม.มหิดล เป็นเจ้าภาพร่วมกับ สภอท.
- สนับสนุนการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ยางล้อระดับเอเชีย สถาบันยานยนต์เป็นเจ้าภาพ
ถุงมือยาง
- ให้ พณ.ฯ พิจารณาการร่วมมือและประสานงานด้านการตลาด กับหน่วยงานด้านการส่งออกของมาเลเซียและสมาคมผู้ผลิตถุง มือยาง
- จัดตั้ง โรงงานทดสอบและห้องทดสอบผลิตภัณฑ์น้ำยางข้น กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบโครงการเทคโนโลยีชีวภาพลาเท็กซ์
- มีการพัฒนาโครงการระดับชาติ ม.สงขลานครินทร์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับ กระทรวงเกษตรสวทช,สกว.,สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
-
การสร้างนักวิจัยด้านอุตสาหกรรมยาง เร่งสร้างเพิ่มขึ้น โดยมอบหมายให้ นายชัยอนันต์ สมุทวณิช รับไปพิจารณาต่อไป
Nakhonsi rubber network
-
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยางธรรมชาติทดแทน สศช. และกระทรวงเกษตรฯ
จัดทำรายละเอียดการใช้ยางธรรมชาติให้เพิ่มขึ้นและเสนอ ครม.ต่อไป
-
โครงสร้างการยางแห่งประเทศไทย มอบหมาย สศช.ประสานกับ กระทรวงเกษตรฯพิจารณาทบทวนโครงสร้างการยางแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามทิศทางที่กำหนดสิทธิในการผลิตยางล้อเครื่องบิน
-
กระทรวงคมนาคมฯ
และกระทรวงต่างประเทศ เร่งรัดและติดตามประเด็นที่ สหรัฐให้สิทธิไทยในการผลิตยางล้อโดยมีการรับรองคุณภาพ
-
สศช. ในฐานะเลขาฯจัดหารือการจัดทำกรอบยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา เมื่อ 2 เม.ย.2547 ณ โรงแรมรอยัล ปริ้นเซส เพื่อสร้างความเข้าใจและหาข้อสรุปร่วมกันดำเนินงานจัดทำแผนรองรับตามมติ ครม. เรื่อง การสร้างความเป็นเลิศฯ มีข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกับ สมอ. คือ “เห็นควรมอบหมายให้
สมอ. เป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง โดยจัดการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนต่อไป”
-
สศช.ได้เสนอโครงการให้
ครม.เห็นชอบ 12 โครงการ วงเงิน 1,213.006 ล้านบาท เช่นโครงการเทคโนโลยีชีวภาพน้ำยาง เพื่อผลิตภัณฑ์ยารักษาและสุขภาพ,โครงการกำหนดและปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์น้ำยาง โครงการแผนงานสร้างนักวิจัยและบุคลากร, โครงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบยางล้อรถยนต์ เป็นต้น ให้ ครม.สัญจรที่ จ.นครศรีธรรมราช 16 ก.ค. 2547 เห็นชอบในหลักการ
เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ สมอ. จึงเสนอ
“โครงการกำหนดและปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาง”
และ
ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2547 ให้จัดตั้งโครงการฯ
เพื่อเป็นแนวทางช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางพารา
แผนการปรับโครงสร้างยางและผลิตภัณฑ์ยาง
ปี 2549-2551
กระทรวงเกษตรฯ
จัดทำแผนการปรับโครงสร้างฯ เสนอ ครม.เห็นชอบ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2548
และได้ตั้งคณะกรรมการบริหารสินค้ายางและผลิตภัณฑ์ยางขึ้นมาจัดทำแผนปฏิบัติงานตามกรอบการปรับโครงสร้าง
แต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก่อนที่จะอนุมัติแผนปฏิบัติงานนี้
การปฏิรูประบบการพัฒนายางพาราไทย
ปี 2545 รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร
ครม.สัญจร
นครศรีธรรมราช
ปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนยางประสบปัญหามี
3 ข้อ ได้แก่
-
ทำไมเกษตรกรชาวสวนยางยังคงยากจน
-
ทำไมผลิตยางได้มากแต่ได้เงินน้อย
-
ทำไมตลาดยางเป็นของผู้ซื้อ
สาเหตุของปัญหา คือ
1. การบริหารจัดการ
- หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวกับยางมีมาก
ซ้ำซ้อน สายงานสับสน
ขาดการประสานงาน
- โครงสร้างองค์กรไม่ยืดหยุ่น กฎระเบียบไม่ทันสมัย
- ขาดทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินงานเฉพาะด้าน
- นโยบายขาดความต่อเนื่อง ขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามนโนบาย
- โครงสร้างองค์กรไม่ยืดหยุ่น กฎระเบียบไม่ทันสมัย
- ขาดทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินงานเฉพาะด้าน
- นโยบายขาดความต่อเนื่อง ขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามนโนบาย
2. ใช้ปัจจัยการผลิตไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ใช้แรงงานในครัวเรือนไม่เต็มที่
- ใช้ประโยชน์จากสวนยางไม่เต็มที่ เช่น ปลูก พืชแซม เลี้ยงสัตว์ ไม่มากนัก และยังไม่เคยใช้ประโยชน์ในเรื่องการท่องเที่ยว
- ผสมปุ๋ยใช้เองน้อย การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในสวนยางมีน้อย
3. มูลค่าเพิ่มต่ำ - ผลิตภัณฑ์น้อย ไม่หลากหลาย
- ส่งออกจำหน่ายเป็นวัตถุดิบ 90%
- ขาดการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติอย่างจริงจัง
- การทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยางยังไม่ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์
4. ตลาดเป็นของผู้ซื้อ - พึ่งตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
- ต้องอาศัยกลไกการแทรกแซงตลาดยาง
- ข้อมูลข่าวสารของเกษตรกรไม่ทันเวลา ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง
5. ขาดข้อมูลการวิจัย
- ใช้แรงงานในครัวเรือนไม่เต็มที่
- ใช้ประโยชน์จากสวนยางไม่เต็มที่ เช่น ปลูก พืชแซม เลี้ยงสัตว์ ไม่มากนัก และยังไม่เคยใช้ประโยชน์ในเรื่องการท่องเที่ยว
- ผสมปุ๋ยใช้เองน้อย การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในสวนยางมีน้อย
3. มูลค่าเพิ่มต่ำ - ผลิตภัณฑ์น้อย ไม่หลากหลาย
- ส่งออกจำหน่ายเป็นวัตถุดิบ 90%
- ขาดการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติอย่างจริงจัง
- การทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยางยังไม่ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์
4. ตลาดเป็นของผู้ซื้อ - พึ่งตลาดต่างประเทศเป็นหลัก
- ต้องอาศัยกลไกการแทรกแซงตลาดยาง
- ข้อมูลข่าวสารของเกษตรกรไม่ทันเวลา ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง
5. ขาดข้อมูลการวิจัย
- ไม่สอดรับกับความต้องการของเกษตรกรและภาคการแปรรูปและขาดการพัฒนาเชิงรุก
ด้านอุตสาหกรรม
- ขาดนักวิจัยด้านงานวิจัยประยุกต์
ถึงแม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การดูแลของรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำได้สำเร็จในปี 2545 จนเป็นที่พอใจของเกษตรกรชาวสวนยางในระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน สร้างหลักประกันจนเชื่อมั่นได้ว่าปัญหาเก่าๆจะไม่หวนกลับมาอีก จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบยางพาราทั้งหมด
- ขาดนักวิจัยด้านงานวิจัยประยุกต์
ถึงแม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การดูแลของรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำได้สำเร็จในปี 2545 จนเป็นที่พอใจของเกษตรกรชาวสวนยางในระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน สร้างหลักประกันจนเชื่อมั่นได้ว่าปัญหาเก่าๆจะไม่หวนกลับมาอีก จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบยางพาราทั้งหมด
วิสัยทัศน์
(VISION): ให้ยางพาราเป็นอุตสาหกรรมหลักของชาติ เป็นเสมือนหัวรถจักรลากจูงเศรษฐกิจไทย
พันธกิจ (MISSION ): ต้องจัดขบวนทัพ และปรับกระบวนยุทธใหม่
1. ปฏิรูประบบและสถาบันการจัดการยางใหม่ทั้งหมด
2. ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยาง
และใช้ประโยชน์จากสวนยางอย่างเต็มที่ทั้ง
ทางเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม
3. ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ยางที่ได้มาตรฐานสากลอย่างหลากหลายจากทุกระดับของสังคม
4. ปฏิรูประบบการวิจัยและพัฒนายาง
5. ปฏิรูประบบตลาดยางทุกด้าน
6. สร้างฐานข้อมูลยางพาราให้ครบถ้วน ถูกต้อง
และเชื่อถือได้
7. สร้างเมืองยาง(Rubber
City ) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ยางพารา
8. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางและวิสาหกิจชุมชนมีส่วนร่วมในทุกด้าน
9. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในทุกด้าน
พันธกิจ (
ทางเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม
1
ปฏิรูประบบและสถาบันการจัดการยางใหม่ทั้งหมด
1.1ปฏิรูประบบ

1.1.1 ด้านการจัดการ ให้ปรับระบบการทำงานใหม่
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

1.1.1.1 ให้มีการกำหนดเป้าหมายงานที่ชัดเจน
มีแผนงาน มีการติดตามการดำเนินงาน มีการประเมินผลอย่างเป็นระบบ

1.1.1.2 เพิ่มการประสานงานในแนวราบ
และลดสายบังคับบัญชาในแนวดิ่ง เพื่อให้อำนาจในการตัดสินใจแก่ผู้ร่วมงาน

1.1.1.3 จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานอย่างครบถ้วน

1.1.1.4 ลดขั้นตอนในการทำงาน
และลดเวลาที่ใช้ในการดำเนินงาน และใช้บุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ

1.1.1.5 ใช้การวิจัยและพัฒนาเป็นเครื่องมือในการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง
1.1.2 ด้านทรัพยากรมนุษย์

1.1.2.1 สร้างและพัฒนาเกษตรกร
สถาบันเกษตรกร และบุคลากรด้านกิจการยาง ให้มีความรู้และประสบการณ์อย่างเพียงพอ

1.1.2.2 สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการในกิจการยาง

1.1.2.3 สร้างแรงจูงใจให้ทรัพยากรมนุษย์ด้านกิจการยางทำงานอยู่ในประเทศ
เพื่อศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก
1.1.3 ด้านการเงิน

1.1.3.1 กำหนดแหล่งที่มาของรายได้
ซึ่งไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในแต่ละส่วนของธุรกิจ
แต่ต้องครอบคลุมทุกส่วนของธุรกิจ

1.1.3.2 กำหนดวิธีการทางงบประมาณและการเบิกจ่ายเงินที่รัดกุม
แต่ไม่สูญเสียความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน มีกระบวนการในการกลั่นกรองการอนุมัติงบประมาณจากหน่วยงานเดียว
เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน มีการติดตาม และตรวจสอบอย่างเป็นระบบจากหลายหน่วยงาน

1.1.3.3 กำหนดระบบการประเมินผลทั้งด้านการจัดเก็บรายได้และการอนุมัติรายจ่ายรวมทั้งประเมินประสิทธิภาพของภารกิจ
เมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป
1.1.4 ด้านเทคโนโลยี
ให้มีการพัฒนาจัดหาและเผยแพร่เทคโนโลยีที่เหมาะสมทั้งด้านต่างๆ

1.1.4.1 เทคโนโลยีพื้นฐานด้านยาง

1.1.4.2 เทคโนโลยีในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่

1.1.4.3 เทคโนโลยีจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน

1.1.4.4 เทคโนโลยีในการลดต้นทุนการผลิต

1.1.4.5 เทคโนโลยีในการพัฒนาเครื่องจักร
เครื่องมือ เครื่องใช้

1.1.4.6 เทคโนโลยีในการจัดการ

1.1.4.7 เทคโนโลยีในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
1.2 ปฏิรูปสถาบันการจัดการยาง
ให้มีการจัดตั้งองค์กรยางขึ้นใหม่องค์กรหนึ่ง ที่ดูแลงานยางพาราทั้งระบบอย่างครบวงจร
เป็นผู้รับผิดชอบหลัก เป็นองค์กรอิสระ มีเอกภาพในการบังคับบัญชา
โดยมีการบริหารงานในสองระดับ ดังนี้:-
1.2.1 สภาการยางแห่งประเทศไทย

1.2.1.1 มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
และมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับยางทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นกรรมการ

1.2.1.2 มีหน้าที่ในการวางกรอบนโยบายและทิศทางในการพัฒนายางของประเทศ

1.2.1.3 แต่งตั้งและถอดถอนคณะกรรมการบริหารฯ

1.2.1.4 อนุมัติงบประมาณและแผนยุทธศาสตร์
1.2.2 คณะกรรมการบริหาร ฯ

1.2.2.1 เป็นกลุ่มผู้บริหารมืออาชีพจากหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจยาง

1.2.2.2 มีหน้าที่ในการนำนโยบายมากำหนดเป็นแนวทางการปฏิบัติ

1.2.2.3 แต่งตั้งและถอดถอนกรรมการผู้อำนวยการ
(หรือเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น)

1.2.2.4 กรรมการผู้อำนวยการมีหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจ
และบริหารงานให้พันธกิจบรรลุผล

1.2.2.5 โครงสร้างองค์กรต้องสามารถรองรับพันธกิจต่างๆ
ได้ครบถ้วน

1.2.2.6 ให้พิจารณาว่าหน่วยงานเดิมเกี่ยวกับยางจะนำมายุบรวมกันหรือยังคงไว้
หรือเพิ่มตามความเหมาะสม
2.
ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยาง
และทำให้เกษตรกรชาวสวนยางใช้ประโยชน์จากสวนยางอย่างเต็มที่ ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ
สังคม และสิ่งแวดล้อม
2.1 กำหนดพื้นที่ปลูกสร้างสวนยางในพื้นที่ต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม โดยจะต้องสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทั้งของไทย และของโลก
2.2 สร้างสวนยางพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูงทั้งโดยการปลูกแทน
(Replanting)
และปลูกใหม่
(New
planting) โดยมีการติดตามผลอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ให้ส่งเสริม
การทำสวนยางแบบยั่งยืน ตามมาตรฐานสากล และมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตในระดับสวน
2.3 ปลูกยางพาราและพืชอื่นแบบผสมผสาน
เพื่อความหลากหลายทาง ชีวภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว
2.4 ปลูกยางเพื่อสร้างสวนป่าเศรษฐกิจ
รวมทั้งทดแทนการปลูกยูคาลิปตัสโดยใช้พันธุ์โตเร็ว เพื่อผลประโยชน์จากเนื้อไม้
และปรับปรุงสภาพแวดล้อม
2.5 พัฒนาสวนยางเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
2.6 ส่งเสริมให้ปลูกยางพารา พืชอื่นๆ
และการเลี้ยงสัตว์ตามระบบการเกษตรแบบพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2.6 ส่งเสริมการปลูกพืชแซมและเลี้ยงสัตว์ในสวนยาง
การทำสวนยางแบบยั่งยืน ตามมาตรฐานสากล และมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตในระดับสวน
3.
ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ยางที่ได้มาตรฐานสากลอย่างหลากหลายจากทุกระดับของสังคม
3.1 ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผลิตผลิตภัณฑ์ยาง
3.2 รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตในประเทศไทย
และต่างประเทศ ศึกษาและวิเคราะห์เทคโนโลยี และการตลาดของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
3.3 กำหนดกลยุทธ์ในการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศ
3.4 พัฒนาผลิตภัณฑ์ยางที่ผลิตภายในประเทศให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น
ส่งเสริมการผลิตสินค้าที่ใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบให้มีเพิ่มขึ้น
3.5 จัดให้มีห้องปฏิบัติการทดสอบ (Testing Labs) ที่มีประสิทธิภาพ
และได้รับการรับรองจากนานาชาติ เพื่อการทดสอบและออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ยาง เช่น
ยางล้อทั้งมวล ถุงมือแพทย์ จุกนม ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนรถยนต์
ผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้ในการก่อสร้างฯลฯ
3.6 ส่งเสริมการใช้ไม้ยางพาราแทนไม้ป่า
และวัสดุอื่นในทุกผลิตภัณฑ์
3.7 พัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา
3.8 ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร
และวิสาหกิจชุมชนรวมทั้งช่วยเหลือในการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง
3.9 ให้รัฐมีมาตรการให้หน่วยงานของรัฐใช้ยางผลิตภัณฑ์ยางที่มียางพารา, ไม้ยางพารา
เป็นวัตถุดิบหลักและ/หรือส่วนประกอบ
4.
ปฏิรูประบบการวิจัยและพัฒนายาง
4.1 กำหนดทิศทาง
เป้าหมายการวิจัยตามความต้องการของผู้ใช้งานวิจัย(ชาวสวนยาง ผู้ผลิตยางดิบ
ผู้ผลิตอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ฯลฯ) รวมทั้งการติดตาม
ประเมินผลและการถ่ายทอดผลงานวิจัยอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ
4.2 ให้มีการทบทวนและวิเคราะห์ผลงานวิจัยและพัฒนายางขององค์กรต่างๆภายในประเทศที่ผ่านมา
เพื่อกำหนดแผนการวิจัยของชาติในปัจจุบันและอนาคต
4.3 ประสานให้นักวิจัยจากองค์กรต่างๆ
เช่นจากสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย ฯลฯ
เพื่อวิจัยยางตามหัวข้อต่างๆตามความชำนาญและความต้องการของประเทศ
รวมทั้งกำหนดนโยบายและสร้างนักวิจัยให้เพียงพอ
ตลอดจนธำรงรักษานักวิจัยไว้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทยให้ก้าวรุดหน้า
4.4 ติดตามประเมินผลและประยุกต์ความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ
เกี่ยวกับยางพาราจากภูมิปัญญาของเกษตรกรชาวสวนยาง
4.5 ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการวิจัยยางกับนักวิจัยของสถาบันวิจัยยางทั่วโลกตามความจำเป็นและเหมาะสม
4.6 เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการอย่างสม่ำเสมอ
โดยการจัดสัมมนายางพาราภายในประเทศ (national conference) อย่างน้อยปีละครั้ง
เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับความรู้และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการวิจัย
4.7 จัดสัมมนายางนานาชาติ (International Rubber
Conference) ทุก
4 ปีเพื่อเผยแพร่งานวิจัย
แลกเปลี่ยนผลงานวิจัย เพื่อพัฒนาการวิจัยของไทยสู่ระดับสากล
4.8 จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัย
5.
ปฏิรูประบบตลาดยางทุกด้าน
5.1 ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้ายาง
ผลิตภัณฑ์ยางและผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราของโลก
5.2 จัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
เพื่อเป็นแหล่งซื้อขายยางให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
5.3 จัดตั้งองค์กรความร่วมมือด้านยาง 3 ประเทศ ระหว่าง ไทย มาเลเซีย
และอินโดนีเซีย เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคายาง
5.4 จัดตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ
ดำเนินการโดยความร่วมมือจากภาครัฐ ธุรกิจ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน
5.5 จัดตั้งองค์กรชาวสวนยางทั้งที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคลให้เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันเพื่อความเข้มแข็งขององค์กร
และเพื่อพัฒนาคุณภาพ
สินค้า พัฒนาทุนและการตลาด
5.6 จัดตั้งและพัฒนาตลาดเศรษฐกิจยางพารา
และตลาดกลางยางพาราให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสนองตอบต่อการพัฒนายางของประเทศ
5.7 สนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางและวิสาหกิจชุมชนเข้าสู่ตลาดเศรษฐกิจยางพารา
เพื่อลดขั้นตอนการซื้อขายให้สั้นลง
5.8 ให้รัฐกำหนดนโยบายส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ยาง
และผลิตภัณฑ์ ไม้ยางพาราในหน่วยงานของรัฐ
5.9 กำหนดให้ทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ
เป็นผู้สนับสนุนการขยายตลาดยางไทยในต่างประเทศร่วมกับผู้ผลิตและส่งออก
5.10 จัดให้มีผู้ชำนาญการยางประจำอยู่ในประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
หรือในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพ
สินค้า พัฒนาทุนและการตลาด
6.
สร้างฐานข้อมูลยางพาราให้ครบถ้วน
ถูกต้อง และเชื่อถือได้
6.1 ข้อมูลของประเทศผู้ใช้ยาง
(1) สภาวะทางเศรษฐกิจ
(2) สภาวะยางสังเคราะห์เกี่ยวกับการผลิต การใช้ ราคายาง
และการพัฒนา
(3) การใช้ยางธรรมชาติชนิดต่าง ๆ รวมทั้ง Stock
(4) การผลิตและจำหน่ายรถยนต์
(5) การวิจัยการตัดต่อ Gene ของยางวายยูเล่ กับ ทานตะวัน
ในสหรัฐอเมริกา เพื่อทดแทนยางธรรมชาติ
(6) การวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ยาง
(7) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางชนิดต่าง ๆ
(8) การผลิต การใช้
รวมทั้งการตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา
6.2 ข้อมูลของประเทศผู้ผลิตยาง (มาเลเซีย อินโดนีเซีย
เวียดนาม ศรีลังกา และบราซิล ฯลฯ)
(1) สถานการณ์การผลิต การส่งออก stock ราคายาง
และการใช้ยางภายในประเทศ
7. สร้างเมืองยาง (RubberCity) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ยางพารา
-
8.
ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางและวิสาหกิจชุมชนมีส่วนร่วม
ในทุกด้าน
8.1 ให้ชาวสวนยางมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติ
ทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป อุตสาหกรรมยาง และการตลาด
8.2 สร้างโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางและวิสาหกิจชุมชนมีความสามารถในการผลิต
การตลาด ตลอดจนการส่งออกยางดิบและผลิตภัณฑ์ยางผ่านระบบ
สหกรณ์โดยการสนับสนุนของภาครัฐ
8.3 สนับสนุนและส่งเสริมให้ชาวสวนยางผลิตยางดิบที่สะอาดปราศจากสิ่งเจือปน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราศจากยางตาย (Vulcanized Rubber) ที่จะปะปนเข้าสู่โรงงานยางดิบ
9. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในทุกด้าน
9.1 ให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติทั้งทางด้านการผลิต
การแปรรูป อุตสาหกรรมยาง และการตลาด
9.2 ให้มีการส่งเสริมการผลิตยางดิบเพิ่มขึ้น
หรือลดจำนวนโรงงานแปรรูปลง
เนื่องจากปัจจุบันโรงงานแปรรูปมีกำลังการผลิตจำนวนมากกว่ายางดิบที่ผลิตได้ในแต่ละปีเกือบ
3 เท่าตัว
9.3 ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีระบบการค้าเสรีและเป็นธรรม
9.4 ส่งเสริมให้มีการลดต้นทุนการผลิตยางทุกประเภท
9.5 ปรับปรุงสัญญาซื้อขายยางของประเทศไทย
รวมทั้งระบบอนุญาโตตุลาการของไทย ให้เป็นที่เชื่อถือของโลก
9.6 ให้มีการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐในการเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ยางภายในประเทศตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
20% ของการผลิตยางดิบ
9.7 รัฐต้องสนับสนุนให้มีการใช้ยางธรรมชาติแทนวัสดุอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้นเพื่อส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม
9. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในทุกด้าน
นิยามศัพท์ที่ใช้ในกรอบการปฏิรูปการพัฒนายางพาราไทย
ขนาดใหญ่ เพื่อก่อให้เกิดเป็นสินค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นฐานในการพัฒนาด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง
5.
ผลิตภัณฑ์ยาง
คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบหลักหรือใช้ยางพาราเป็นส่วนประกอบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น